[132014] خوش امديد - Second Day!

posted on 30 Nov 2013 16:48 by solla-varina in EWAW
 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia
 
ซึ่งสมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ 
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------
 
วันที่หนึ่งจิ้ม → First Day
 
วันที่สามจิ้ม → Third Day
 
(หมายเหตุ - สีเขียวคือเตหะราน สีม่วงคือชีราซ)
 

 

[ วันที่สอง ]

 

วันนี้ตื่นเช้า... ฉันจงใจให้ตื่นเช้านั่นล่ะ เรายังต้องเดินทางกันอีกหลายที่ไงล่ะ

 

ฉันให้น้องกับนายเอรีบอาบน้ำแต่งตัวและทานข้าว เราจะไปยังที่ๆ ไกลที่สุดก่อนซึ่งก็คือพาซาร์กาดกับสุสานพระเจ้าไซรัสมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย ฉันจะบอกให้เลยน้าเปอร์เซียน่ะก่อตั้งขึ้นปุ๊บก็เป็นจักรรวรรดิ ตอนที่จบสิ้นลงในสมัยราชวงศ์สุดท้ายก็เป็นจักรวรรดิ... ตลอดช่วงระยะเวลาสองพันห้าร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเราอยู่กันอย่างจักรวรรดิทั้งนั้น แต่แล้วชีวิตก็ต้องพลิกผันเมื่อตอนที่เกิดการปฏิวัติอิสลาม...

 

ฉันพานายเอกับน้องขึ้นรถแท็กซี่จ้างไปส่งไกลถึงที่พาซาร์กาด พาซาร์กาดน่ะเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซียแห่งแรก เป็นเมืองที่พระเจ้าไซรัสมหาราชอยู่อาศัยและเป็นเมืองหลวงของพระองค์… ประวัติของพาซาร์กาดไม่ค่อยมีอะไร แต่ฉันจะเสริมเรื่องของพระเจ้าไซรัสไปหลายๆ เรื่องแล้วกันนะ ยังไงก็ได้ทัวร์ควบอยู่แล้ว

 

ในอดีตดินแดนแถบนี้ปกครองโดยพวกเอลาไมต์ ซึ่งเป็นคนเผ่าโบราณสร้างอารยธรรมอยู่ในอิหร่านตอนใต้ ศูนย์กลางหลักๆ ครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดคูเซสถานลงมาจนถึงจังหวัดฟาร์ส ชีราซเองก็รวมอยู่ในนั้น เอลาไมต์ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการโจมตีของพวกสุเมเรียนจากทางตะวันตกที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน นั่นก็คืออิรักตะวันออก ต่อมาดินแดนแถบนั้นผลัดเปลี่ยนอำนาจ พวกเซไมต์อพยพจากเยเมนขึ้นเหนือมาตั้งรกรากก่อสร้างอาณาจักรขึ้น อาณาจักรอัคคาเดียนเป็นอาณาจักรเริ่มแรกก่อนที่จะเกิดบาบิโลนกับอัสซีเรีย ซึ่งแน่นอน ชาวเอลามไม่ค่อยถูกกับเจ้าพวกนี้เท่าไหร่ พระเจ้าซาร์กอนน่ะ รบกับเราบ่อย เซนนาเชริบอีก...

 

เอลาไมต์มีศึกษาสงครามกับอัสซีเรียเสียส่วนใหญ่ พอ ‘อาณาจักรบาบิโลน’ อ่อนแอ ‘อาณาจักรอัสซีเรีย’ ก็ขึ้นมาแทนที่... ฟังคำฉันให้ดีนะ อาณาจักรไม่ใช่จักรวรรดิ... ต่อมาอัสซีเรียพัฒนากลายเป็น ‘จักรวรรดิ’ เอลามทำการสู้รบกับอัสซีเรีย มีทั้งรบบ้างทั้งแย่งชิงตลาดการค้าบ้าง เอลาไมต์น่ะมีเมืองหลวงหลักคือซูซากับอันชัน ซูซาเนี่ยล่ะที่ผลัดกันปกครองบ่อยครั้งเพราะอยู่ใกล้กับฝั่งนั้นและแย่งชิงกันไปมา แต่แล้วอารยธรรมเอลาไมต์ถูกทำลายลงเมื่อจักรพรรดิอาชูร์บานิพัลแห่งจักรวรรดิอัสซีเรียผู้ยิ่งใหญ่ทำลายมันลง จักรพรรดิอาชูร์บานิพัลน่ะนะเป็นจักรพรรดิที่ก่อสร้างหอสมุดนิเนเวห์ หอสมุดที่รวบรวมแผ่นดินเหนียวสลักอักษรลิ่มเอาไว้เป็นแหล่งการเรียนรู้แหล่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นไงล่ะ

 

เอลาไมต์น่ะเดิมทีเป็นเผ่าๆ แยกๆ กันไปไม่ได้รวมกันเป็นหนึ่งหรอก เอลาไมต์ที่เก่าแก่ที่สุดก็ชื่อซูซา ซูซาน่ะปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองอาห์วาซ เมืองหลวงของจังหวัดคูเซสถานอยู่ในอิหร่านในปัจจุบัน เอลาไมต์ที่เก่าแก่เป็นอันดับสองและสามไม่อาจกำหนดสถานที่ได้อย่างชัดเจนว่าอยู่ที่ไหน แต่อันดับที่สองอย่างอาวานมีการสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ทางเหนือของซูซาไปอีก แห่งที่สามคือชีมัชกี มีสิทธิ์อยู่ไปไกลถึงในจังหวัดเคอร์มานของอิหร่านทางตะวันออกไปอีก ตะวันออกของฉันไปนะ ส่วนแห่งสุดท้ายที่เป็นน้องเล็กสุดแต่ยืนหยัดที่สุดก็คืออันชันน่ะล่ะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือขึ้นไปจากบ้านฉันแถวๆ ที่ราบไบซานู่น...

 

พอเอลาไมต์ล่มสลายก็ตกอยู่ใต้อำนาจอัสซีเรียเสียเนิ่นนาน ชาวเปอร์เซียอาศัยอยู่แถบนี้แฝงตัวอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของอัสซีเรียนะ เช่นเดียวกับกับพวกมีดส์ บาบิโลเนียน และอีกหลายๆ เผ่า อ้ะ เดี๋ยวต้องเล่าถึงพวกยิวอีกสิเนี่ย เรื่องเยอะชะมัด นายต้องทนฟังฉันเล่าปากเปียกปากแฉะอีกนานเลยล่ะนายเอ...

 

ไม่จำเป็นหรอกมั้ง ตาแก่อาจจะเล่าไปแล้วก็ได้ เรื่องที่พวกยิวอพยพออกจากบ้านเกิดเพราะถูกขับไล่ไม่รู้กี่สิบครั้งน่ะ

 

ให้ตาย นี่แค่เกริ่นจะเข้าเรื่องกษัตริย์ฮาคามานิชเองนะเนี่ย...

 

เอาล่ะต่อ จักรวรรดิอัสซีเรียล่มสลายลงเมื่อพวกแคลเดียน บาบิโลน มีดส์ร่วมมือกันปลดแอกตัวเองออก แคลเดียนกับบาบิโลนร่วมกันก่อตั้งจักรวรรดิบาบิโลเนียขึ้นมา ส่วนพวกมีดส์แยกออกไปก่อตั้งจักรวรรดิเมเดีย ครอบคลุมพื้นที่ในอิหร่านตอนเหนือซึ่งเรียกว่าสามเหลี่ยมเมเดียน กำหนดขอบข่ายคร่าวๆ ก็อยู่ในสามเหลี่ยมระหว่างเมืองฮัมดาน เตหะราน (เมืองเรย์)และก็อิสฟาฮาน ถ้าเป็นชื่อเมืองในปัจจุบันน่ะนะ

 

เมืองหลวงของจักรวรรดิเมเดียอยู่ที่ฮัมดานปกครองโดยกษัตริย์ผู้เก่งกล้าพระองค์ต่างๆ มากมาย แต่ก็อยู่ได้ไม่นานนักหรอกเมื่อถูกพระเจ้าไซรัสมหาราชโจมตี

 

เอ๊ะ แล้วพระเจ้าไซรัสมหาราชโผล่มาจากไหน?

 

ภายหลังที่อัสซีเรียล่มสลายอิหร่านตอนใต้ถูกปลดปล่อย ชนเผ่าเปอร์เซียนหลายเผ่ากระจัดกระจายอยู่ทางตอนใต้ที่เดิมเคยเป็นถิ่นเอลาไมต์นั่นล่ะ กรุงอันชันที่เดิมเป็นเอลาไมต์บัดนี้กลายเป็นเปอร์เซียน โดยการนำของกษัตริย์ฮาคามานิชผู้เป็น ‘ตำนาน’ ของเปอร์เซีย เราไม่รู้ว่าพระองค์มีตัวตนจริงหรือไม่ แต่พระองค์เป็นต้นราชวงศ์ฮาคามานิชที่ต่อมาพัฒนากลายเป็นราชวงศ์ผู้ปกครองดินแดนเปอร์เซียทั้งผืนแผ่น

 

ฮาคามานิชเป็นภาษาเปอร์เซียเก่า แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คืออาคีมีนส์ แต่ก็นะ ฉันบอกว่ามันเป็นความเชื่อ ไม่มั่นใจว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ บางทีนักประวัติศาสตร์ก็เริ่มนับที่พระเจ้าซิชพิชซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระองค์ฮาคามานิชอีกทีนั่นล่ะ

 

พระเจ้าซิชพิชเป็นกษัตริย์แห่งอันชันสืบทอดต่อจากพระราชบิดา ต่อจากนั้นจึงเป็นพระเจ้าไซรัสที่หนึ่ง ต่อไปอีกเป็นพระเจ้าแคมบิเซสที่หนึ่ง พระเจ้าแคมบิเซสที่หนึ่งน่ะทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงจากจักรวรรดิเมเดีย พระองค์ทรงให้กำเนิดบุตรที่เป็นตำนานเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์อิหร่านจนเรียกได้ว่าเป็น ‘บิดา’ ของเปอร์เซีย นั่นก็คือพระเจ้าไซรัสมหาราชนั่นเอง!

 

พระเจ้าไซรัสมหาราชหรือพระเจ้าไซรัสที่สองแห่งราชวงศ์ฮาคามานิช เป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ มีความยุติธรรม เพื่อทำให้ชนชาติอารยันเป็นปึกแผ่น พระองค์บุกขึ้นเหนือโจมตีดินแดนต่างๆ รวมถึงจักรวรรดิเมเดียที่สมัยนั้นพระอัยกาหรือ ‘คุณตา’ ของพระองค์ปกครองอยู่ จุดมุ่งหมายก็เพื่อรวบรวมจักรวรรดิของชาวเปอร์เซียให้เป็นปึกแผ่นนั่นล่ะ!

 

เอ๊ะเอ๊ะเอ๊ะ มาถึงตรงนี้อาจสงสัยต่อไปอีก แล้วคนเปอร์เซียนมาจากไหน?

 

เดิมทีเมื่อสองพันปีก่อนคริสตกาล ชนเผ่าอารยันอพยพมาจากแถบๆ รัสเซียตอนใต้ แถบอัฟกานิสถานมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เดิมทีอยู่ในอิหร่านตอนเหนือ แถบอัฟกานิสถานล่ะนะ อาศัยอยู่ในเมืองสิบหกเมืองที่เชื่อว่าเป็นดินแดนที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าและเป็นดินแดนที่ดีที่สุด... ฉันจะบอกไว้เลยนี่เป็นศาสนาโซโรอัสเตอร์ อาจจะมึนงงสำหรับคนที่ไม่รู้จักแผนที่เอเชียกลางกับตะวันออกกลางดีพอนะ (ยิ้มมมม)

 

อารยันมีหลักๆ เลยคือสามเผ่า ได้แค่เปอร์เซียน มีดส์ และพาร์เธียน อิหร่านสมัยหนึ่งถูกเรียกว่าจักรวรรดิพาร์เธีย ขอให้เข้าใจโดยทั่วกันเลยนะว่านั่นน่ะไม่ใช่เปอร์เซียนแต่เป็นชาวพาร์เธีย หรือเรียกอีกอย่างว่าปาห์ลาวีนั่นล่ะ!

 

(พาร์เธียยังเป็นต้นแบบพาร์เธเวียหรือปัลเตเบียในการ์ตูนเมไจที่ผปค.ติ่งมากๆ อีกด้วย) 

 

มีดส์เป็นพวกแรกที่ก่อตั้งจักรวรรดิได้อย่างที่เห็น ต่อมาเป็นเปอร์เซียน และพาร์เธียนเป็นพวกสุดท้ายนั่นล่ะ...

 

อ้ะ ในที่สุดก็ถึงจนได้!

 

 

นี่ล่ะที่เก็บพระศพพระเจ้าไซรัสมหาราช ที่อยู่ที่นี่ก็เพราะว่าฝั่งตรงข้ามจากตรงนี้อีกฝั่งคือซากเมืองพาซาร์กาด เห็นเสานั่นรึเปล่า! นั่นล่ะพาร์ซากาดล่ะ พาซาร์กาดอย่างที่บอกไปแล้วว่ามันคือเมืองหลวงของพระเจ้าไซรัสมหาราช พระราชโอรสของพระองค์นามว่าแคมบิเซสที่สอง ย้ำว่าที่สอง ย้ายเมืองหลวงจากพาซาร์กาดไปซูซา แล้วก็เป็นดารีอุสมหาราชซึ่งเป็นบุตรของเจ้าผู้ปกครองเพอร์ซิสกับบัคเตรียที่เป็นผู้เปลี่ยนเมืองหลวงมายังเพอร์เซโพลิส แต่บอกไว้ก่อน พระเจ้าดารีอุสมีสายเลือดเกี่ยวข้องกับพระเจ้าไซรัสมหาราชก็จริงแต่ห่างไกลมาก พระองค์จึงผูกมัดตนเองกับราชวงศ์นี้โดยการแต่งงานกับทายาทของพระเจ้าไซรัสที่เป็นเจ้าหญิงถึงสองพระองค์เชียวล่ะ!

 

ผลงานที่สำคัญของพระเจ้าแคมบิเซสที่สอง คือการพิชิตอียิปต์ล่ะ... ในสมัยของพระเจ้าไซรัสมหาราชพระองค์ยึดบาบิโลนกับลีเดียที่อยู่ตรงอะนาโตเลียไว้แล้ว ทำให้เป็นการง่ายของพระเจ้าแคมบิเซสในการบุกยึดอียิปต์... อ้ะ พูดถึงบาบิโลนหน่อยหนึ่งก็ได้ บาบิโลนสมัยนั้นมีการขับไล่พวกฮีบรูออกไปจากอดีตราชอาณาจักรยูดาห์ มีการทำลายวิหารแห่งแรกลง พอพระเจ้าไซรัสมหาราชยึดบาบิโลนได้พระองค์ก็ให้ชาวฮีบรูหรือยิวเหล่านั้นกลับถิ่นแดนเดิมของตนเองและยังให้สร้างวิหารขึ้นมาใหม่ สำหรับยิวแล้วพวกนี้ขนานนามพระองค์ว่าเป็นเมสซิยาห์... เอ้อ มีการเขียนพระราชกฤษฎีกาของพระเจ้าไซรัสขึ้นมา นี่ล่ะคือ ‘สิทธิมนุษยชน’ ฉบับแรกของโลก!

 

อเล็กซานเดอร์มหาราชเคยมาเคารพพระศพของพระองค์ ในฐานะที่พระองค์เป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของโลก

 

อ้อใช่ ไซรัสเป็นชื่อที่พวกกรีกตั้งให้ เปอร์เซียนเรียกว่าคูรูช ดารีอุสเช่นกัน เปอร์เซียนเรียกว่าดารียูช แบบชื่อของฉันนี่ล่ะ!

 

ฉันพานายเอไปยืนเก็บรูปที่พาซาร์กาด บอกตรงๆ ว่าข้างๆ พาซาร์กาดมีหมู่บ้าน ก็หมู่บ้านพาซาร์กาดนี่ล่ะ และก็มีพิพิธภัณฑ์ แต่เพื่อประหยัดเวลา ฉันขอบอกเลยว่ามาที่ชีราซพิพิธภัณฑ์ไม่ได้น่าสนใจเท่ากับการมาเยี่ยมชมของจริงอีกแล้ว ดังนั้นในทริปนี้น่ะนะจะไม่มีการแวะพิพิธภัณฑ์เหมือนที่เตหะรานอย่างแน่นอน!

 

 

จบจากพาซาร์กาด เราขึ้นแท็กซี่นั่งย้อนทางเดิมกลับมาที่เพอร์เซโพลิส แต่ก่อนไปถึงเราจะเจอนักชีรอสแตมก่อน นักชีรอสแตมหรือ ‘สุสานสี่กษัตริย์’ เป็นสุสานที่อยู่ในเทือกเขา ก็คือเจาะช่องเขาเข้าไปล่ะ ทั้งสี่พระองค์ได้แก่ พระเจ้าดารีอุสที่หนึ่งมหาราช พระเจ้าเซอร์เซสที่หนึ่ง พระเจ้าอาร์ทาเซอร์เซสที่หนึ่ง และพระเจ้าดารีอุสที่สอง ยังมีแห่งสุดท้ายที่สร้างไม่เสร็จด้วยล่ะ ซึ่งนักโบราณคดียังไม่มั่นใจว่าของพระองค์ใด แต่ก็คาดเดากันไปว่าเป็นของพระเจ้าดารีอุสที่สาม จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮาคามานิช

 

 

ในสุสานบรรจุของมีค่ามากมาย ทว่าเมื่อหลังที่อเล็กซานเดอร์มหาราชบุกมาก็กวาดทรัพย์สินมีค่ากลับบ้านเมืองไปเสียหมด... นั่นคือความอัปยศอย่างหนึ่งที่อยู่ในใจฉันไม่มีวันลืมเชียวล่ะนะ...

 

ความจริงแล้วก่อนถึงนักชีรอสแตมน่ะยังมีซากเมืองโบราณอิสทาคร์อีกนะ แต่ว่างั้นเถอะ ที่นั่นก็มีซากเมืองนิดหน่อยไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากมายนักหรอก ฉันก็เลยไม่แวะ แต่แวะที่นี่แทน

 

 

นี่ของพระเจ้าเซอร์เซสที่หนึ่ง!

 

ข้างๆ นักชีรอสแตมมีคาบาเย ซาร์ทอชต์ เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมสร้างตามสถาปัตยกรรมแบบอาคีมานิดหรือฮาคามานิชนั่นล่ะ เชื่อว่าเป็นสถานที่บูชาไฟ แต่ไม่ใช่วิหารนะ แต่มีความเกี่ยวของกับกษัตริย์นั่นล่ะ อย่างเช่นของที่นี่อยู่ใกล้กับสุสานกษัตริย์ถึงสี่พระองค์เชียวนะ (ยิ้ม)

 

 

นี่ล่ะ... ต่อไปเราจะไปแวะเพอร์เซโพลิสกัน!

 

เพอร์เซโพลิสอย่างที่บอกไว้ว่าเป็นเมืองหลวงของเปอร์เซีย เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มหาอำนาจที่สุดในสมัยนั้น เพอร์เซโพลิสเป็นชื่อภาษากรีกที่หมายถึงเมืองของพวกเปอร์เซียน ชื่อเมืองจริงๆ น่ะชื่อพาร์ซา... อ่ะลืม พาซาร์กาดน่ะ แปลว่าประตูเปอร์เซียนล่ะ

 

เพอร์เซโพลิสเป็นเมืองพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ ภายในประกอบด้วยพระราชวังอีกมากมาย มีประตูที่เรียกว่า “ประตูแห่งมวลมนุษยชาติ” ตั้งตระหง่านพร้อมรูปปั้น ถ้ายังจำเจ้าตัวที่อยู่บนยอดวิหารอะนาฮิตาที่พาเที่ยวเมื่อวานได้ นี่ล่ะ ตัวเดียวกัน แค่อยู่คนละท่า!

 

 

นี่ล่ะ! ภายในมีพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดคือพระราชวังอะพาดานาของพระเจ้าดารีอุสมหาราช มีพระราชวังร้อยเสาซึ่งเป็นห้องโถงบัลลังก์ มีพระราชวังของพระเจ้าเซอร์เซส เพอร์เซโพลิสน่ะน้า เนื่องจากพระเจ้าดารีอุสที่หนึ่งมหาราชต้องการให้พระราชวังของพระองค์มีความยิ่งใหญ่ตระการตาเหนือจากวังที่อื่นแห่งใดในโลก วัตถุดิบที่ใช้สร้างนำมาจากแหล่งที่มีคุณภาพ อย่างเช่นหินแกรนิตและเงินต้องมาจากอียิปต์ หินทำเสามาจากเอลาม ซีดาร์จากซีเรียและเลบานอน หินลาพิส ลาซูรีจากซ็อกเดียนา เทอร์คอยส์จากควาเรซเมียน ทองคำจากลีเดีย งาช้างจากเอธิโอเปีย... หรือสมัยนั้นก็คืออาณาจักรอักซุม และอิฐจากสุเมอร์กับบาบิโลน

 

ซ็อกเดียน่าที่ไหนล่ะ? ซ็อกเดียน่าก็คือแถวๆ ทาจิกิสถานกับอุซเบกิสถาน ส่วนควาเรซเมียนน่ะอยู่ทางตอนใต้ของทะเลอารัล! เป็นหนึ่งในสิบหกสถานที่ที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างด้วยนะ!

 

ส่วนช่างก็ต้องใช้ช่างเฉพาะทางเช่นกัน! ช่างสลักหินต้องไอโอเนียนกับซาเดียน ..ไอโอเนียนก็รู้กันมันแถบกรีกนี่นา ช่างทองต้องเป็นมีดส์ ซึ่งต่างหูที่ฉันใส่ก็ฝีมือช่างมีดส์เช่นกันนะ! ช่างเงินของเป็นชาวอียิปต์ ช่างไม้เองก็ต้องยกให้ชาวมีดส์กับอียิปต์อีก ส่วนช่างอิฐก็ต้องเป็นบาบิโลนกับสุเมเรียน...

 

 

นี่ล่ะน้าซากของความยิ่งใหญ่ที่ยังคงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ความยิ่งใหญ่มันก็แบบนี้ล่ะ นับวันยิ่งเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา... แต่มีความยิ่งใหญ่อย่างนึงที่ไม่เคยเสื่อมถอยลงไปเลยแม้แต่นิด...

 

นั่นคือความยิ่งใหญ่ของเปอร์เซียและชาวเปอร์เซียนยังไงล่ะ!!!

 

เอาล่ะ วันนี้เที่ยวโหดหน่อยนะ... (ยิ้ม) เรายังต้องไปต่ออีกราวสามสี่ที่ในตัวเมืองล่ะ งั้นฉันจะนำไปเลยแล้วกัน!

 

ฉันพานายเอเดินทางกลับเข้าเมือง ก่อนจะหยุดจอดตรงทางเข้าสู่ตัวเมืองซึ่งมีซุ้มประตูใหญ่ซุ้มหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ข้างทาง ไม่ต้องสงสัยไปว่ามันคืออะไร มันคือประตูกุรอ่าน ชื่อเดียวกับคัมภีร์อัลกุรอ่านนั่นล่ะ

 

 

ประตูนี่นะสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าอาดูด อัด เดาลา กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของราชวงศ์บูยิดผู้ปกครองทั้งอิหร่านและอิรัก พอถึงสมัยซันด์ประตูเมืองได้รับความเสียหายจึงได้มีการบูรณะใหม่และเพิ่มห้องเล็กๆ ไว้บนประตูด้วย ซึ่งห้องนี้น่ะเป็นที่เก็บคัมภีร์อัลกุรอ่านซึ่งเขียนโดยสุลต่านอิบรอฮิม บิน ชาห์รุค กุเรคานี ซึ่งเป็นหลานของพระเจ้าตีมูร์ผู้ปกครองจังหวัดฟาร์สและชีราซ มีความเชื่อว่าถ้าเดินลอดใต้ประตูแล้วจะทำให้โชคดี เอ้า! นายเอ! เดินสิเดิน! (ผลักๆ นายเอกับน้อง) เดินซะๆ

 

 

หลังจากนั้นเราเดินทางต่อไปที่สวนอีแรม ฟาร์ซีเรียกว่า แบกอีแรม แบกน่ะแปลว่าสวน ส่วนอีแรม หมายถึงสวรรค์ในคัมภีร์กุรอ่าน ปัจจุบันอยู่ในความคุ้มครองของมหาวิทยาลัยชีราซ บอกไว้เลยที่นี่น่ะเป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดและมีดอกไม้หลากหลายพันธุ์มากมายรวมไปถึงพันธุ์หายาก สวนที่เป็นสวนสไตล์เปอร์เซียน ก็คือจะมีบ่อน้ำ อย่างที่เห็นล่ะ!

 

 

แต่เราเข้าไปชมภายในอาคารไม่ได้ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต!

 

 

สวยใช่มั้ยล่ะ! อ้ะ นี่มันหน้าหนาว ดอกไม้น้อยแล้วล่ะนะ

 

สถานที่ต่อไปที่เราจะไปที่ป้อมคาริมข่าน ของท่านคาริม ข่าน ต้นราชวงศ์ซันด์สมัยที่ฉันเป็นเมืองหลวงกัน!!! (ยิ้มหวาน) นี่เห็นก็เป็นเหมือนป้อมใหญ่ๆ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทั้งสี่มุมเป็นตึกทรงกระบอกสูงล่ะ...

 

ฉันพานายเอกับน้องนั่งแท็กซี่ หนนี้หลังจากเสร็จภารกิจที่ป้อมท่านคาริมปุ๊บเราจะกลับโรงแรมกัน วันสุดท้ายเราจะไปกันสี่ที่ และจะแวะที่ตลาดด้วย! ฉันกะว่าจะให้นายเอได้ซื้อของอะไรกลับบ้าน... ถ้าอยากจะซื้อน่ะนะ

 

 

อ้ะ ถึงที่ล่ะ!

 

ป้อมคาริม ข่าน ถูกสร้างขึ้นในสมัยของท่านคาริม ข่าน ซึ่งท่านก็ได้เชิญสถาปนิกฝีมือดีมาออกแบบ และที่นี่ก็ถูกก่อสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วโดยใช้เป็นที่พักอาศัยของท่าน และในสมัยต่อมาราชวงศ์กาจาร์ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฟาร์ส แต่พอราชวงศ์ล่มสลายที่นี่ถูกดัดแปลงเป็นคุก จนเมื่อปี 1971 ที่นี่ถูกบูรณะใหม่โดยองค์กรวัฒนธรรมของอิหร่านล่ะนะ!

 

 

อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก... ท่านคาริมเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ซันด์ ราชวงศ์ซันด์น่ะเป็นราชวงศ์ที่ปกครองอิหร่านเป็นระยะเวลาค่อนข้างสั้น แต่ก็ทำให้อิหร่านมีความทันสมัยขึ้นและพัฒนาขึ้น ท่านน่ะเหมือนเป็นผู้มีพระคุณของฉัน เพราะท่านแต่งตั้งให้ฉันเป็นเมืองหลวงและพัฒนาฉันหลายๆ อย่าง... อาจจะสงสัย ทั้งที่เป็นกษัตริย์ ทำไมฉันถึงไม่เรียกว่าพระเจ้าหรือพระองค์ นั่นก็เพราะท่านไม่ได้ประกาศตนเองว่าเป็นกษัตริย์ แปลกใช่มั้ยล่ะ!

 

สุดท้ายฉันก็พานายเอกับน้องกลับมาที่โรงแรม... มาทานอาหารเย็น

เอาเป็นว่า วันที่สองก็จบลงด้วยดี!!!

 

----------------------------------------------------------------------------------------

 

/กระอักเลือด..

edit @ 3 Dec 2013 21:30:37 by Rosariya ♥

Comment

Comment:

Tweet