[EWAW3] The Golden Lion - Kirkuk

posted on 13 May 2014 17:56 by solla-varina in EWAW
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia
 
เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

    ความขัดแย้งน่ะ ไม่มีที่สิ้นสุด...


    ยิ่งแตกต่างกันมากเท่าไหร่..ก็ยิ่งขัดแย้งมากขึ้นเท่านั้น


.

.

.

.

.


    "คีร์คุกเป็นเคิร์ด! เป็นเคิร์ดมาตั้งนานแล้ว พวกแกทำอะไรไว้กับฉัน จำได้บ้างมั้ย!? สำเหนียกไว้ซะ! แกเคยทำอะไรไว้ แกจะได้แบบนั้นคืน!"เสียงตวาดลั่นท่ามกลางกลุ่มคนหมู่หนึ่งดึงดูดความสนใจจากคนกลุ่มนั้นได้เป็นอย่างดี ปรากฎเป็นร่างเพรียวสูงโปร่งผู้เป็นต้นกำเนิดเสียงกำลังถูกตรึงไว้โดยหนุ่มร่างกำยำสองคน รายล้อมด้วยเหล่านักมุงมองดูรวมสายตามาที่เขาเป็นจุดเดียว ขณะเดียวกันเขาตวัดสายตาจิกมองร่างสูงเบื้องหน้าผู้เป็น 'จิตวิญญาณ' แห่งประเทศอิรัก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนแซมทองคู่นั้นฉายแววแข็งกร้าว พร้อมๆ กับร่างกายทุกส่วนขยับดิ้นพยายามสะบัดขจัดการเกาะกุมเหล่านั้นออกไปจะหาเรื่องให้ได้


    "ถามตัวเองให้ดีก่อนเถอะ ว่าอยากจะอยู่กับใคร"คู่สนทนายกยิ้มกริ่ม "คนที่ทั้งชีวิตถูกแย่งชิงมาตลอด ตั้งแต่สมัยอดีตอย่างนาย..."


    อิรักก้าวเข้ามา มือหนายกขึ้นเอื้อมยีผมเขาจนยุ่ง ก่อนจะโน้มหน้าลง เอ่ยปากราวกระซิบ


    "คงจะสับสนน่าดูเลยนะ"


.


.


.


.


.


    นั่นสินะ…


    เขา..ต้องการอยู่กับใครกันแน่?


.

.


“ คนเคิร์ดเป็นมิตร แต่ไม่ใช่ฉัน ”


“ ฉันเกลียดแบกแดด! ฉันเกลียดอิรัก! แค่นี้เข้าใจยากอะไรนักหนาวะ!? ”

 
 
 
       
(เครดิตคนวาด - @otakunut  ลืมแปะ orz)
 
 

Kirkuk

ชื่อเมือง : คีร์คุก ( Kirkuk / كركوك )

ประเทศ : อิรัก ( Iraq / العراق )

ทวีป : เอเชีย ภูมิภาคตะวันออกกลางแถบเลวานต์

ชื่อมนุษย์ : เบลีน ทาลาบานี (Belên Talabani) [Kurdish]

   - ชื่ออื่น : เอไลอาส อัล ซูฮายรี (إلياس الزهيري / Elias al Zuhairi) [Arabic]

หมายเหตุ* : ส่วนตัวคีร์คุกชอบชื่อเบลีนมากกว่า เพราะตัวเขาเองก็เป็น Kurdish Wannabe แม้จะเลี่ยงไม่ได้ว่าตัวเองตอนนี้ยังไงก็คืออิรักตามกฎหมาย ยังอยู่กับอิรัก และยังเป็นอิรัก ถึงคีร์คุกจะชอบให้เรียกเบลีนยังไงอาหรับก็ต้องเรียกเขาว่าเอไลอาสนะคะ

หมายเหตุ2* : ห้ามเรียกเบล เรียกระวังโดนบี้(?)นะคะ

อายุ : 18 ปี

เพศ : ชาย

สีผม : สีน้ำตาลทองแซมบลอนด์

สีตา : สีน้ำตาลทอง

ส่วนสูง : 176 ซม.

น้ำหนัก : 54 ก.ก.

ภาษา : อาหรับ, เคอร์ดิช, เติร์กเมน (อาเซริ), ซีรีแอค

แผนการเรียน : วิทย์


อธิบายชื่อ : จะสังเกตเห็นว่า นามสกุลเหมือนกับนามสกุลของปธน.อิรัก จาลัล ทาลาบานี ชื่อเบลีน (อุตส่าห์ไปหามาว่าตัว ê เสียงอะไร เสียงคล้ายแบบ... เหมือนจะเอแต่ก็อี (?) สรุปเลยคือเบลีน) เบลีนแปลว่า "สัญญา" ส่วนนามสกุลทาลาบานีนั่นหมายถึงคนเคิร์ดชนเผ่าหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในคีร์คุก เยอะมากในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์คีร์คุก และนอกจากนี้นามสกุลทาลาบานียังเป็นของนักกวีชื่อดังชาวเคิร์ดที่เกิดที่คีร์คุก เลยตัดสินใจให้คีร์คุกใช้นามสกุลนี้

อีกอย่าง จาลัล ทาลาบานี เคยเรียนที่คีร์คุกด้วย


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรีซา : http://en.wikipedia.org/wiki/Riza_Talabani


ลักษณะเมือง


คีร์คุกตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ห่างจากแบกแดดเมืองหลวงของอิรักขึ้นมาทางเหนือราวๆ 236 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเออร์บิล เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานลงมาทางใต้ราวๆ 83 กิโลเมตร เนื่องจากอยู่ทางตอนเหนือชิดกับเขตที่อยู่ของชาวเคิร์ด ประชากรภายในคีร์คุกมีความแตกต่างกันอย่างสูง ประกอบด้วยคนสี่เชื้อชาติหลักๆ ได้แก่ชาวอัสซีเรีย (เรียกว่า ซีรีแอค) อาหรับ เคอร์ดิช และเติร์ก และประกอบด้วยสองศาสนา ได้แก่อิสลาม (นิกายซุนนี) และคริสต์แคลเดียนคาทอลิก (ไม่เหมือนกับอัสซีเรียนตะวันออก แคลเดียนคาทอลิกขึ้นกับโป๊ปที่กรุงโรม)


สภาพภูมิอากาศของคีร์คุกเป็นแบบกึ่งทะเลทราย มีพุ่มไม้และทุ่งหญ้าสเต็ปป์ หิมะนั้นเป็นของหายาก แต่ก็เคยตกในคีร์คุก ในช่วงฤดูร้อนอากาศร้อนและแห้ง ส่วนฤดูหนาวจะเย็นและมีฝนตก


ตัวเมืองได้รับความเสียหายอย่างมากจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยเฉพาะสงครามอิรักที่เสียหายที่สุด ทุ่งน้ำมันของคีร์คุกซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก (อันดับสองของโลกรองจากอีกบ่อทางตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย) ได้รับผลกระทบมีความเสียหายอย่างมากในช่วงที่ซัดดัม ฮุสเซนลุแก่อำนาจ สถานที่สำคัญในเมืองที่เป็นจุดหลักปัจจุบันก็คือ ป้อมปราการคีร์คุก สุสานของแดเนียล (เป็น Prophet ที่สำคัญของยิว) ซึ่งเชื่อว่าอยู่ที่นี่


ในตัวเมืองแบ่งเป็นเขตแต่ละเขตของแต่ละเชื้อชาติ เขตที่เป็นชุมชนชาวเคิร์ดจะได้รับการคุ้มครองจากอิรักกีเคอร์ดิสถาน น้ำมันเองก็เช่นกัน 1 ใน 3 ของน้ำมันที่คีร์คุกทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของฝั่งเคิร์ด ปัจจุบันตัวเมืองยังคงได้รับความเสียหายจากการปะทะกันระหว่ากลุ่มทหาร ตำรวจ และผู้ก่อการร้าย ภายในตัวเมืองจึงยังไม่สงบเท่าไหร่นัก


ประวัติ


เรียงประวัติศาสตร์ยุคเก่าแถบเมโสโปเตเมียกันงงนะคะ


สุเมอร์ --(ถูกรุกราน)--> อัคคัด --(ถูกรุกราน ล่มสลาย)--> กูเทียม --(ถูกรุกราน)--> ราชวงศ์ที่สามแห่งอูร์ (สุเมเรียน) --(เอลามทำลายทิ้ง)--> “ราชอาณาจักร” อัสซีเรียและบาบิโลน --(ฮิตไทต์ทำลายอัสซีเรียและบาบิโลน)--> มิตานนี และบาบิโลนภายใต้อำนาจแคสไซต์ --(มิตานนีโดนฮิตไทต์และอัสซีเรียรุกราน แคสไซต์โดนเอลามรุกราน)--> จักรวรรดิอัสซีเรีย --(โดนประกาศอิสรภาพแยกตัว)--> จักรวรรดิบาบิโลเนียและจักรวรรดิเมเดีย --(ถูกรุกราน)--> เปอร์เซีย


คีร์คุกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยราวๆ 2400 ปีก่อนคริสตกาล เป็นเมืองหลวงของนครรัฐ มีชื่อว่า อาราฟา (Arrapha) โดยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอัคคาเดียนภายใต้การนำของพระเจ้าซาร์กอนมหาราชซึ่งเป็นกษัตริย์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดของอัคคัด อัคคาเดียนเป็นชาวเซไมต์เผ่าหนึ่งที่อพยพจากบริเวณเยเมนมาตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้ เหมือนๆ กับอัสซีเรียนเผ่าอื่นๆ รวมไปถึงบาบิโลเนียน ซึ่งภายหลังเมื่อจักรวรรดิอัคคาเดียนล่มสลายลง จึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคนใหญ่ๆ ได้แค่อัสซีเรียนและบาบิโลนเนียนแฝงตัวอยู่ในดินแดงแห่งนี้


อัคคาเดียนนั้นเนื่องจากเป็นกลุ่มชนที่รุกรานสุเมอร์แล้วเข้ามามีอำนาจ พวกเขานำเอาอารยธรรมดั้งเดิมของคนท้องถิ่นเข้าผสมผสานกับอารยธรรมของตนเอง รวมไปถึงภาษาซึ่งมีการใช้ร่วมกันสองภาษากันอย่างแพร่หลาย การกลืนกินอารยธรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างยาวนานในช่วงหนึ่ง ก่อนจะยุติลงเมื่อชาวกูเทียนหรือกูตีซึ่งอาศัยอยู่ในเทือกเขาซากรอสบุกเข้ามาทำให้จักรวรรดิล่มสลายลง


หลังจากที่จักรวรรดิอัคคาเดียนล่มสลาย คีร์คุกตกอยู่ใต้อำนาจกูเทียมของชาวกูตี ในนาม ‘อาราฟา’ เมืองหลวงของราชอาณาจักรอาราฟา กล่าวคือ ถึงจะเปลี่ยนมือผู้มีอำนาจแต่ยังใช้ชื่อเดิมอยู่ จักรวรรดิของชาวกูเทียนหรือกูตีตั้งรกรากอยู่บริเวณทางตอนเหนือของอาณาจักรสุเมอร์และเอลาม กูเทียนนั้นในสายตาของชาวสุเมเรียนเป็นพวกป่าเถื่อน และในยุคนี้เรียกได้ว่าเป็น “ยุคมืด” ของสมัยโบราณ ข้อมูลเกี่ยวกับกูเทียนมีไม่มากนัก (อันที่จริงคือแทบจะไม่มี) จะมีก็เพียงรายนามกษัตริย์กูเทียนที่ปกครองสุเมอร์ในช่วงๆ หนึ่งเพียงเท่านั้น


ชาวกูเทียนนั้นหลายคนเชื่อว่าเป็นกลุ่มชนอารยัน บ้างก็ว่าเป็นคนเชื้อสายอินโด-ยูโรเปียนพวกแรกที่ปรากฏขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ พวกเขาอาศัยอยู่ในเขตเทือกเขาแถบเทือกเขาซากรอส โดยในบางบันทึกกล่าวไว้ว่าเขาเป็นพวกที่ ‘มีสีอ่อน’ ซึ่งอาจหมายถึงเส้นผมหรือสีผิว ทำให้นักโบราณคดีต่างพยายามหาและคาดการณ์ไว้ว่า ชาวกูเทียนมีผมสีบลอนด์ และมีผิวขาว ซึ่งก็คล้ายกับชนชาวอารยัน ที่มีผิวสีขาว ทว่ามีเฉดผมแตกต่างกันไปตั้งแต่สีอ่อนยันสีเข้ม แบบอย่างคนชาวอิหร่านในปัจจุบัน รวมไปถึงพวกเคิร์ด ซึ่งมีชนเคิร์ดบางกลุ่มที่มีผมสีน้ำตาลอ่อนกระเดียดไปทางสีบลอนด์แบบ Dirty Blonde อีกด้วย


ต่อมาชาวสุเมอร์สามารถขจัดชนกูเทียนออกไปได้ จึงก่อตั้งราชวงศ์ที่ห้าแห่งอูรุคแล้วขึ้นปกครองใหม่ ต่อมาราชวงศ์ที่ห้าถูกโค่นลงโดยราชวงศ์ที่สามแห่งอูร์ จักรวรรดิสุเมเรียนถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ในยุคนี้เองถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อชาวสุเมเรียนเริ่มมีความเป็นสุเมอร์น้อยลง ด้วยอิทธิพลจากการที่อยู่ใต้อำนาจของอัคคัดและกูเทียนมานานจึงรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากมาย (ถึงอย่างไรสุเมเรียนก็ยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่า แม้ประชาชนจะใช้ภาษาสองภาษาปะปนกันไป ซึ่งก็คือสุเมเรียนและอัคคาเดียน แต่ภาษาสุเมเรียนถือว่าเป็นภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในงานประเพณี ในทางศาสนา วรรณกรรมและทางวิทยาศาสตร์)


ราชวงศ์ที่สามแห่งอูร์ถูกโค่นลงโดยฝีมือของพวกเอลาไมต์แห่งจักรวรรดิเอลามที่อาศัยอยู่ในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน เอลามที่เดิมเป็นเพียงรัฐเล็กรัฐน้อย สามนครรัฐที่มีชื่อและมีความสำคัญก็คืออาวาน อันชัน และซูซา โดยซากเมืองซูซาในปัจจุบันอยู่ในบริเวณจังหวัดคูเซสถานทางตอนเหนือของเมืองอาห์วาซเมืองหลวงของจังหวัด ซากเมืองอันชันอยู่ในบริเวณจังหวัดฟาร์สทางตอนเหนือของชีราซห่างออกไปเพียงไม่เท่าไหร่ ส่วนอาวานนั้นไม่สามารถระบุได้แน่ชัด ทว่าเชื่อกันว่าจะอยู่ทางตอนเหนือของซูซาขึ้นไปอีก จะเห็นได้ว่าชนเอลาไมต์อยู่ทางตะวันออกของสุเมอร์ นครรัฐเหล่านี้รวมตัวกันผนึกกำลังเป็นจักรวรรดิใหญ่คือจักรวรรดิเอลาม มีศูนย์กลางที่อันชันและซูซา เพื่อป้องกัน และรบกับสุเมอร์ที่มีอิทธิพลอยู่ทางตะวันตก


สิ้นสุดราชวงศ์ที่สามแห่งอูร์ไปแล้วราชอาณาจักรอัสซีเรียจึงถือกำเนิดขึ้นก่อน นำโดยชนเผ่าอะมอไรต์ซึ่งเป็นอัสซีเรียน ปกครองดินแดนพระจันทร์เสี้ยวทางตอนเหนือและตะวันตกครอบคลุมบริเวณอิรักตอนเหนือ ซีเรียยาวไปจนถึงคานาอัน (รวมไปถึงบริเวณของเมืองคีร์คุก) ส่วนดินแดนเมโสโปเตเมียทางตะวันออกก็คือทางใต้จากคีร์คุกลงไปปกครองโดยชาวบาบิโลนของราชอาณาจักรบาบิโลนที่เกิดขึ้นทีหลัง


อาณาจักรอัสซีเรียล่มสลายลงเมื่อถูกพวกฮิตไทต์จากทางตอนเหนือบริเวณอนาโตเลียรุกรานตอนราวๆ 1500 ปีก่อนคริสตกาล (ศูนย์กลางอำนาจหรือเมืองหลวงฮิตไทต์คือเมืองฮัตตูซา ตอนกลางของอนาโตเลีย) คีร์คุกอยู่ใต้อำนาจของพวกฮูร์เรียน และกษัตริย์อัสซีเรียเองมีฐานะเป็นบริวารของมิตานนี ชาวฮูร์เรียนแห่งรัฐมิตานนีนั้นมีเชื้อสายเดียวกับกูเทียน กล่าวคือ เป็นเชื้อสายแขนงหนึ่งของชาวอินโด-ยูโรเปียน กล่าวคือ ฮูร์เรียนเป็นคนเชื้อสายอารยันเช่นเดียวกันกับชาวกูเทียน ก่อตั้งรัฐที่ชื่อว่ามิตานนีขึ้นและปกครองอยู่ในบริเวณเมโสโปเตเมียตอนเหนือในอดีตอัสซีเรียเก่า ส่วนเมโสโปเตเมียตอนใต้อยู่ภายใต้การปกครองของบาบิโลเนียชนเผ่าแคสไซต์ ซึ่งเป็นชนเผ่าจากเทือกเขาซากรอสอีกเผ่าที่ใช้ม้าเป็นพาหนะและบูชาม้า นี่เองนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำม้ามาใช้ในดินแดนเมโสโปเตเมีย


ในสมัย “จักรวรรดิ” อัสซีเรียใหม่นั้นอาราฟารุ่งโรจน์ ป้อมปราการคีร์คุกเป็นป้อมหนึ่งที่ไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด บ้างก็ว่าสร้างขึ้นเมื่อ 5000 ปีก่อน บ้างก็ว่าสร้างขึ้นระหว่างช่วง 884-858 ปีก่อนคริสตกาลโดยจักรพรรดิอาชูร์บานิพัลแห่งอัสซีเรีย (ผู้สร้าง “หอสมุดนิเนเวห์”) ในช่วงที่อัสซีเรียกำลังจะล่มสลาย กองทัพที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างชาวมีดส์ซึ่งเป็นชนอารยันเผ่าหนึ่ง กับชาวคัลเดียน-บาบิโลเนียนซึ่งเป็นชาวเซไมต์ที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอัสซีเรียมานานหลายช่วงอายุคนบุกรุกเข้าโจมตีกับอัสซีเรียเพื่อปลดแอกตนเองออกเป็นอิสรภาพโดยใช้บริเวณคีร์คุกเป็นสนามรบ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นทางผ่านไปยังกรุงนิเนเวห์ เมืองหลวงศูนย์กลางอำนาจของอัสซีเรียในสมัยนั้น จนเมื่อกรุงนิเนเวห์ถูกทำลายลง พระเจ้าไซยาคาเรสแห่งจักรวรรดิเมเดียของชาวมีดส์ซึ่งมอบดินแดนบริเวณคีร์คุกและเออร์บิลให้แก่พวกซาการ์เทียน ซึ่งเป็นชาวอิราเนียนโบราณที่ช่วยพวกเข้าในการโจมตีและเข้ายึดกรุงนิเนเวห์


หลังจากนี้ไป คีร์คุกตกอยู่ภายใต้อำนาจชาวเปอร์เซียน ในสมัยอาคีมานิดยุคหลังบริเวณคีร์คุกถูกเรียกว่า ‘เบธ กามาย’ ซึ่งเป็นภาษาซีรีแอคและอรามาอิคแปลว่า ‘ดินแดนแห่งกระดูก’ (เบธ แปลว่าสถานที่/บ้าน) อันเนื่องมาจากการฆ่าฟันชาวอาคีมานิดในการสู้รบกับกองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชกับพระเจ้าดาริอุสที่สามแห่งราชวงศ์อาคีมานิดของเปอร์เซีย ในยุทธการกัวกาเมลาใกล้ๆ เมืองเออร์บิล คีร์คุกเป็นเมืองหลวงของที่นี่ เบธกามายนอกจากจะเป็นเขตในอดีตแล้วยังเป็นจังหวัดหนึ่งในพระศาสนจักรอัสซีเรียนตะวันออก มีศูนย์กลางคริสต์อยู่ที่คีร์คุก


นอกจากนี้บริเวณคีร์คุกยังถูกเรียกว่า ‘การ์มาคาน’ ซึ่งแปลว่าดินแดนแห่งความอบอุ่น ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 7 ที่ชาวอาหรับรุกรานขึ้นมานำศาสนาอิสลามมาให้ ชาวอาหรับเรียกเมืองนี้ว่า คีร์เคนี (ภาษาซีรีแอคแปลว่าป้อมปราการ) ในสมัยอิสลามคีร์คุกไม่ค่อยมีความสำคัญมากนักเพราะเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของคริสตจักรนิกายเนสโทเรียน จนถึงสมัยเซลจุกคีร์คุกตกเป็นเมืองเติร์ก และต่อมาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของอิลคาเนต รัฐมองโกลในอิหร่านที่เกิดขึ้นหลังจากจักรวรรดิมองโกลล่มสลายลง อิลคาเนตปกครองโดยคนตระกูลข่านผู้เป็นหลานของเจงกิสข่าน มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่ทาบริซในอิหร่าน


ประวัติศาสตร์ของคีร์คุกในช่วงนี้ไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าใดนัก ในสมัยออตโตมันคีร์คุกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ เป็นเมืองเอกของซันจักแห่งชาราเซอร์ (ซันจักเป็นเขตปกครองย่อยๆ ในวีลาเยต) ศูนย์กลางของชนชาวเติร์กเมนและเคอร์ดิช รวมไปถึงพวกยิวและคริสเตียน จนกระทั่งเมื่อตกอยู่ภายในอำนาจของอังกฤษช่วงจบสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จักรวรรดิออตโตมันล่มสลาย ทำให้วีลาเยตโมซุลของออตโตมันนั้นเป็นที่ตกลงกันไม่ได้ระหว่างอังกฤษกับตุรกีว่าใครควรจะได้ไปกันแน่ รวมถึงประชากรท้องถิ่นอย่างชาวเคิร์ดเองก็ไม่ต้องการขึ้นกับรัฐบาลของใครเช่นกัน เรื่องนี้ถูกยื่นต่อสันนิบาตชาติ จึงมีการกำหนด “เส้นบรัสเซลส์” ขึ้น ดินแดนที่อยู่ใต้จากเส้นบรัสเซลส์ลงไปจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐในอารักขาอิรัก ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงคีร์คุกเช่นกัน


ต่อมามีการค้นพบบ่อน้ำมันขนาดใหญ่มากในบริเวณใกล้เคียงกับคีร์คุก ซึ่งถือว่าเป็นบ่อที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น บ่อน้ำมันแห่งนี้ถือว่าเป็นแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ของอิรักมีกว่า 40% ของแหล่งน้ำมันสำรองของอิรักทั้งหมด ในปัจจุบันคีร์คุกยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่แหล่งน้ำมันแห่งนี้ยังคงมีปัญหาเนื่องจากได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสมัยของซัดดัม ฮุสเซน ที่โดนถล่มเมื่อซัดดัมพยายามจะทำ Arabization จัดการกับคนเคิร์ดในเมืองดินแดนที่เป็นบ่อน้ำมันได้รับความเสียหาย


ชนชาติส่วนใหญ่ในคีร์คุกประกอบด้วยชนชาวเติร์กเมนและเคอร์ดิช อาหรับเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่พอเมื่อมีการค้นพบน้ำมัน ทำให้ผู้คนจะเชื้อชาติใดๆ ก็ตามต่างหลั่งไหลเข้ามาตั้งรกรากเพื่อแสวงหาอาชีพ การค้นพบน้ำมันในครั้งนี้คือว่าเป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ เพราะจะก่อให้เกิดการจ้างแรงงาน เกิดกลไกตลาดตามมา คนอาหรับและเคอร์ดิชเริ่มย้ายเข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะเคิร์ด คีร์คุกจึงเป็นเมืองใหญ่อีกเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสืบเนื่องมาจนปัจจุบันและยังเป็น ‘ปัญหา’ คาราคาซังที่ยังแก้ไม่จบไม่สิ้น


ก่อนอื่นจะกล่าวถึงพรรคการเมืองใหญ่ๆ สองพรรคของเคอร์ดิสถาน ที่ถึงแม้จะเป็นพรรคของชาวเคิร์ดเหมือนกันทว่ากลับไม่ถูกกัน ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Democratic Party : KDP) และพรรคสหภาพรักชาติแห่งเคอร์ดิสถาน (Patriotic Union of Kurdistan : PUK) ทั้งสองพรรคนั้นในปัจจุบันเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิรัก พรรคแรกดูแลเขตอิรักกีเคอร์ดิสถาน ส่วนพรรคที่สองดูแลอิรัก และทั้งสองพรรคนี้เองมีความเกี่ยวข้องกับคีร์คุกอย่างมากในประวัติศาสตร์ยุคหลังซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อตัวเมือง รวมไปถึงการที่คีร์คุกยังคงเป็น ‘ดินแดนพิพาท’ ระหว่างเออร์บิลและแบกแดด สองเมืองหลวงของสองรัฐบาลที่ยังถือสิทธิ์เหนือผืนดินแห่งนี้อยู่


พรรคเคดีพีเป็นพรรคที่เกิดขึ้นก่อน ก่อตั้งโดยมุสตาฟา บาร์ซานี ย้อนไปสมัยที่โซเวียตสนับสนุนและก่อตั้งสาธารณรัฐเคอร์ดิสถานในช่วงสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง อิหร่านในสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งถูกกล่าวหาว่าเข้าพรรคเข้าพวกกับนาซีเยอรมันถูกพวกสัมพันธมิตรบุกเข้ายึด โซเวียต สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเข้ามาครอบคุมดูแลกระบวนการขนส่งอาวุธกองพลต่างๆ ซึ่งโซเวียตที่มีชายแดนติดกับอิหร่านทางเหนือจึงมีหน้าที่ดูแลทางเหนือ ขณะเดียวกันสหราชอาณาจักรดูแลทางใต้ เนื่องจากอิหร่านอยู่ติดกับอินเดียและปากีสถาน และทางตะวันตกของอิหร่านก็คือรัฐในอารักขาอิรักของสหราชอาณาจักร (ที่นายพลก่อกบฎและไปเข้าฝ่ายนาซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ภายหลังที่สงครามสิ้นสุดลง โซเวียตสนับสนุนให้มีการก่อตั้งสาธารณรัฐเคอร์ดิสถานขึ้น ซึ่งทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก


เคดีพีก่อตั้งขึ้นที่กรุงมาฮาบัด เมืองหลวงของสาธารณรัฐเคอร์ดิสถานในขณะนั้น ภายหลังที่มุสตาฟาสามารถกลับเข้าประเทศอิรักมาได้แล้วก็เริ่มมีการก่อสงครามกับอิรักจนเกิดเป็นสงครามอิรัก-เคอร์ดิชครั้งที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสงคราม เกิด “ข้อตกลงการก่อตั้งเขตการปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน” เป็นการเจรจาสันติภาพเพื่อหาข้อตกลงขึ้นนำมาซึ่งการก่อตั้งเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน และเพราะคีร์คุกเป็นแหล่งน้ำมัน มุสตาฟากล่าวอ้างว่าคีร์คุกเป็นส่วนหนึ่งของเคอร์ดิสถานและเสนอให้คีร์คุกเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ในขณะเดียวกันฝ่ายอิรักเองก็เริ่มดึงคีร์คุกเข้าสู่กระบวนการ ‘Arabization’ เปลี่ยนคีร์คุกให้เป็นเมืองอาหรับโดยการย้ายชาวอาหรับเข้าไปอยู่ถึงแม้ว่าจะมีข้อตกลงดังกล่าวแล้วก็ตาม ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชาวเคิร์ดและอาหรับเป็นครั้งที่สอง


ส่วนพียูเคก่อตั้งขึ้นที่กรุงดามัสกัสราวปลายๆ คริสตศตวรรษที่ 20 โดยมีแนวทางที่ไม่ตรงกันจากที่มุสตาฟามีแนวทางการเมืองแบบมีฐานเสียงอยู่กับระบบชนเผ่า (ชาวเคิร์ดนั้นส่วนใหญ่จะขึ้นกับเผ่าเป็นหลักโดยสังเกตจากนามสกุล จาลัล ทาลาบานี จากเผ่าทาลาบานี ส่วนมุสตาฟา บาร์ซานีก็จากเผ่าบาร์ซานีที่อยู่บริเวณเมืองบาร์ซาน) และค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ต่างจากฝ่ายพียูเคซึ่งเป็นแนวมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ สังคมนิยม ซึ่งแน่นอนว่าผู้นำของพียูเคคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจาลัล ทาลาบานี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอิรัก ส่วนมุสตาฟา บาร์ซานี จากพรรคฝ่ายตรงข้ามนั้นปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้วและลูกชายของเขา มัสซูด บาร์ซานี เป็นผู้นำพรรคเคดีพีคนปัจจุบัน และยังเป็นประธานาธิบดีของเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานในอิรักอีกด้วย


การอ้างของมุสตาฟาไม่ถือว่าเป็นที่รับได้สำหรับฝั่งอิรัก และถือว่าเป็นการประกาศสงคราม ในช่วงนั้นที่มีการเจรจาเรื่องข้อตกลง ในอิรักเองก็มีการปฏิรูปเขตการปกครองในประเทศ จังหวัดคีร์คุกถูกแบ่งออกและตั้งชื่อใหม่ และกันเขตให้คีร์คุกกลายเป็นเมืองที่อุดมด้วยชาวอาหรับ นับตั้งแต่สงครามอ่าวเมื่อปี 1991 เป็นต้นมาประชาชนชาวเคิร์ดและอัสซีเรียนซึ่งมีความสำคัญต่อคีร์คุกและอาศัยอยู่ที่นี่มาอย่างยาวนานถูกย้ายออกไปทางเหนือบ้างไปไปอิหร่านบ้าง และมีการสร้างบ้านเรือนรวมถึงโยกย้ายชนชาวอาหรับเข้ามาอยู่ในคีร์คุกเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นฐานเสียงในทางการเมืองและสร้างความเป็นชนกลุ่มน้อยไร้สิทธิ์ไร้เสียงให้กับชาวเคิร์ดและอัสซีเรียนเจ้าของถิ่น นี่ล่ะที่เรียกว่า 'Arabization' คือการ ‘เปลี่ยน’ สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เป็นอาหรับ


หลังจากการบุกอิรักของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2003 ชาวเคิร์ดจำนวนมากได้เดินทางกลับมายังที่อยู่เดิมของตนและตั้งถิ่นฐาน มีการแบ่งสันปันส่วนที่นั่งกันในสภาท้องถิ่น สำหรับดินแดนที่ทั้ง multi-ethnic และ multi-religious กล่าวคือมีประชากรที่หลากหลาย หลักๆ คือชาวเคิร์ด อาหรับ เติร์กเมน และอัสซีเรียน หรือจะศาสนาที่ประกอบด้วยศาสนาหลักๆ ได้แก่คริสต์นิกายคัลเดียนคาทอลิกที่ผูกมัดอยู่กับพระสันตปาปาแห่งโรมโดยตรง หรืออิสลามนิกายซุนนีของชาวเคิร์ดและอาหรับ หลังจากที่สหรัฐอเมริกาออกไปจากอิรักแล้ว อิรักต้องเผชิญกับการก่อเหตุจลาจล โดยในระยะหลังมานี้การปรากฏตัวของ ISIL (Islamic State of Iraq and the Levant) หรือ ISIS (Islamic State of Iraq and Syria (หรือ al-Sham เป็นชื่อเรียกพื้นที่บริเวณซีเรียในอดีต) มีสองชื่อสองตัวย่อแต่เป็นกลุ่มเดียวกัน) ทำให้ทั้งอิรัก และซีเรียซึ่งเผชิญกับปัญหาสงครามกลางเมืองอยู่นั้นวุ่นวายปั่นป่วนขึ้นมาก แน่นอนคีร์คุกที่อยู่ในอิรักก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน ISIL ได้มีการยอมรับแล้วว่าก่อการจลาจลเหตุบึ้มในคีร์คุกจริง ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ตัวเมืองเป็นอย่างมาก (ยกเว้นเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานที่ขึ้นชื่อว่ามีความปลอดภัยสูง ซึ่งทางฝั่งนั้นเองก็มีการส่งกองกำลังเข้ามาคุ้มครองคีร์คุกด้วย)


ปัจจุบันคีร์คุกถูก ISIL หมายหัวอยู่ด้วยล่ะ ซึ่งทั้งฝ่ายของ PUK และ KDP ที่อยู่ในคีร์คุกรวมถึงพวกตำรวจของคีร์คุกต่างเตรียมพร้อมรับมือ ( ถึงจะแบบนั้น แต่กองกำลังตำรวจในคีร์คุกนั้นไม่มีประสิทธิภาพเสียเท่าไหร่ เคยมีรูปภาพว่อนเน็ตเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการทำงานของตำรวจที่ยังขาดประสิทธิภาพอยู่มากของตำรวจ คือเป็นนายตำรวจวิ่งหนีจากเหตุบึ้มทั้งที่ควรจะปฏิบัติหน้าที่ ) นอกจากนี้แล้วเพราะปฏิบัติการของ ISIL ในเขตผู้ว่าอันบาร์ของอิรักทำให้คนอาหรับนิกายซุนนีที่อาศัยอยู่ในอันบาร์ต่างหลบหนีลี้ภัยมาอยู่ที่คีร์คุกกันเป็นจำนวนมากพอตัวเลยอีกด้วย


อนาคตของคีร์คุกนั้นยังไม่อาจตัดสินได้ว่าจะได้อยู่กับอิรัก หรือเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน การลงประชามติของคีร์คุกเริ่มต้นวางแผนไว้เมื่อปี 2007 ทว่ากลับถูกเลื่อนการลงประชามติออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบัดนี้ก็ยังไม่มีกำหนด (การลงประชามติ เหมือนๆ กับที่ไครเมียทำประชามติแยกตัวออกจากยูเครนไปเข้าร่วมกับรัสเซีย และที่จังหวัดตะวันออกอย่างโดเนสกำลังจะทำเพื่อแยกตัวออกเช่นกัน) ปัจจุบันการลงประชามติดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า เมื่อหลายๆ ชาติภายนอกต่างร้องขอให้มีการเลื่อนออกไป ไม่ว่าจะเป็นตุรกี ที่เข้ามามีบทบาทเนื่องจากคีร์คุกนั้นถือว่าเป็นเมืองหลวงของคนอิรักเชื้อชาติเติร์กเมน จะเป็นสหรัฐอเมริกา จะเป็นอิหร่าน หรือซาอุดิที่มอบเงินให้กับผู้นำอิรักเชื้อชาติเคิร์ดรวมทั้งสิ้นสองพันล้านเพื่อให้เลื่อนออกไปเป็นเวลา 10 ปี


นิสัย


• เป็นคนใจร้อนเลือดร้อนมุทะลุมาก ใจเย็นยาก ดูเหมือนขี้หงุดหงิดหัวเสียและโวยวายได้ง่ายๆ ตลอดเวลา เถียงฉอดๆ ไม่พอใจอะไรก็โวยแหกปาก เอะอะได้ตลอดไม่ค่อยน่าเข้าใกล้เท่าไหร่เพราะอาจโดนพาลใส่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกอิรัก


• ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจ แต่ไม่พอใจอะไรได้ง่ายๆ เหมือนกันถ้ามันขัดกับสิทธิของตัวเอง เป็นคนที่ไม่ยอมคนแบบสุดๆ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอม อย่าให้โมโหนะ ขึ้นเลย!


• ไม่ได้ยิ้มยาก แต่ก็ไม่ค่อยจะยิ้มหรอก จะยิ้มก็ต่อเมื่อเจออีเว้นท์สำคัญ(?) หรือยิ้มให้คนในครอบครัวเท่านั้น


• หัวไปด้านวิทย์ๆ พอกันกับธุรกิจและการเมือง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เป็นเมืองหลวงมาแต่เกิด ที่สำคัญคือเป็นเมืองแหล่งน้ำมันแหล่งใหญ่ของโลก เป็นแหล่งขุดเจาะและเอาน้ำมันออกมาใช้ ครองพื้นที่ในเศรษฐกิจอิรักเยอะพอตัวเชียวล่ะ


• ก่อนจะมาเป็นเมืองเคิร์ด เป็นเมืองเติร์กเมนมาก่อน (เติร์กเมนอาศัยอยู่เยอะ) เติร์กเมนที่ตกค้างตั้งแต่สมัยอับบาสิยะ ซึ่งเพราะพวกเติร์กที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในอับบาสิยะช่วงหลังนี่เองทำให้ใน ปัจจุบันที่เติร์กเมนตกค้างในอิรัก อิหร่าน ซีเรีย อยู่พอสมควร อันที่จริงเคิร์ดอาศัยอยู่มานานแล้ว แต่คนเติร์กเมนมีจำนวนอยู่ในเมืองมากกว่าโดยเฉพาะในสมัยออตโตมัน ปัจจุบัน เคิร์ดครองพื้นที่เกือบๆ 50%


• เพราะงั้นเลยตอนที่ถูกพวกอังกฤษยึดก็ไม่ชอบอังกฤษ และไม่ชอบกษัตริย์ไฟซอลของอิรักด้วย แต่ก็ยอมรับได้นะ


• ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายนิสัยเสีย แข็งกระด้าง กระด้างกระเดื่อง ไม่ค่อยนิ่มนวลเท่าไหร่ แต่ไม่ได้เถื่อน ไม่ได้ชอบใช้ความรุนแรงเอะอะตีหรือโวยวายด้วย แต่จะระบายกับข้าวของแทน ใครทำให้หงุดหงิดระวังโดนปาข้าวของใส่ให้ดี มันจะมาโดยไม่รู้ตัว...


• ดูเหมือนจะขี้หงุดหงิดและใจร้อนตลอดเวลาก็จริง มีบางมุมที่สุขุมเหมือนกัน แต่หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร จะเกิดขึ้นเมื่อความเครียดพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุดแล้วดันเกิดอาการชินชากับมัน จะสุขุม(แต่ไม่เยือกเย็น(?))ขึ้นมาทันที แม้ว่าจะมีร่องรอยความหงุดหงิดแผ่เป็นออร่ารอบตัวก็เถอะ แต่สังเกตได้ง่ายๆ จากการที่ว่า มีท่าทีหงุดหงิดก็จริง แต่ไม่โต้เถียงอะไร เท่านั้นล่ะ

  

• เออร์บิลเป็นพี่ และจะเรียกพี่ และสนิทที่สุดด้วยเพราะอยู่ใกล้กัน (จังหวัดติดกันด้วย) นอกจากนั้นแล้วติดต่อสะดวกที่สุด และได้มีโอกาสติดต่อถึงกันบ่อยๆ ตั้งแต่อดีตกาลโน้นมาแล้ว พี่นอกจากจะอยู่ใกล้สุดแล้วยังให้การคุ้มครองได้ดีเพราะอยู่ใกล้กว่า ไม่เหมือนแบกแดดที่อยู่ไกลกว่า


• เหมือนจะหยาบคายเพราะด่าได้ด่าดีถ้าเป็นพวกอิรัก แต่พออยู่กับพี่จะพลิกจากหลังเท้าเป็นหน้ามือขึ้นมาทันที ที่ไม่เหมารวมว่าเคิร์ดเพราะส่วนตัวเขาเองก็ไม่ได้รักเคิร์ดอะไรมากขนาดนั้นเช่นกัน จะเชื้อชาติไหนก็ตามต่างหวังผลประโยชน์จากทรัพย์สิน (น้ำมัน) ที่เขามีกันทั้งนั้น


• เพราะในเขตเคอร์ดิสถานมีน้ำมัน คีร์คุกก็เจ้าพ่อน้ำมัน อิรักเลยให้คนอาหรับมาตั้งถิ่นฐานแถบนี้เต็มไปหมด ทำให้เขาไม่พอใจมาก ซึ่งแน่นอนว่า ที่ให้คนอาหรับมาอาศัยอยู่เยอะๆ จะได้ทำให้คีร์คุกกลายเป็นเมืองอาหรับ ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า Arabization แน่นอน เพื่อจะเอาน้ำมัน... ซึ่งบอกตรงๆ เลยว่า ที่ให้พวกอาหรับมาอยู่เนี่ย ตรงกับช่วงที่มีการก่อตั้งเขตอิรักกีเคอร์ดิสถานพอดี แล้วตอนที่มีการอารไบเซชั่นเนี่ย เน้นเลยว่าให้อาหรับมาอยู่ที่คีร์คุก เน้นเลย.... โดยเฉพาะคีร์คุกเลยล่ะ...


• และเพราะคีร์คุกน้ำมันเยอะมากจนโดนแย่งชิงวุ่นวายไปหมด...


• อย่างว่า คีร์คุกสำคัญมากต่ออิรักเลยยากหน่อยถ้าจะถูกปล่อยให้ไปอยู่ในเขตเคอร์ดิสถาน ในอิรัก เพราะคีร์คุกเป็นเมืองใหญ่ทางเหนือที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ก็น้ำมันนั่นล่ะ เลยมีความสำคัญมากแง่เศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ เพราะอยู่ทางเหนือ ล้อมด้วยพื้นที่ที่เหมาะต่อทำการเกษตรอีกต่างหาก


• นอกจากจะกระด้างแล้ว คีร์คุกยังปากแข็งเอามากๆ ค่อนข้างจะยึดมั่นในทิฐิและศักดิ์ศรีส่วนตัว ไม่ชอบร้องขอความช่วยเหลือหรืออะไรยกเว้นว่าจะจำเป็น (ซึ่งดูเหมือนว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์จำเป็นเสียบ่อยครั้งซะด้วย) ง้างปากยาก อย่าง้างเลย(?)


• สภาพเหมือนเด็กมีปัญหาพ่อแม่หย่าร้างไม่ใส่ใจจนขาดความอบอุ่นอยากจะหนีออกจากบ้าน ซึ่งอันที่จริงเขาก็เป็นเด็กมีปัญหาจริงๆ นั่นล่ะนะ


ความสัมพันธ์


แบกแดดและอิรัก

คนที่ปากบอกว่าเกลียดหนักเกลียดหนา เกลียดเข้าไส้ เกลียดเข้าเส้นเลือดฝอย เกลียดเข้ากระดูกดำ อันที่จริงแล้วลึกๆ เขาก็ไม่ได้เกลียดอะไรขนาดนั้น ในระยะหลังมานี้คีร์คุกค่อนข้างเอนหาอิรักและแบกแดดมากขึ้นทุกที จากที่โดนยื้อยุดไว้อย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสิ้นยุคออตโตมันมาจวบจนปัจจุบัน ถึงจะไม่ค่อยพอใจอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่ในใจตอนนี้ก็ค่อนข้างซอฟต์ลงแล้วล่ะนะ จากการเลือกตั้งระยะหลังและบทสัมภาษณ์เองก็บ่งชี้ว่าประชาชนในคีร์คุกเอนเอียงหาฝ่ายรัฐบาลกลาง (พรรค PUK) มากกว่าแล้วด้วย


คานากิน

เพื่อนร่วมชะตากรรม คานากินที่เป็นแหล่งน้ำมันเหมือนๆ กันกับเขาแต่น้อยกว่าก็ประสบปัญหาเดียวกันและยังคงอยู่กับอิรัก


เออร์บิล

พี่บ้านใกล้ที่ใกล้ชิดที่สุด เป็นคนที่คุยกับเขาได้ปกติที่สุด ถึงจะเป็นแบบนั้นแล้วลึกๆ เขาก็ไม่ได้วางใจอีกฝ่ายไปเสียทุกเรื่อง แต่อย่างน้อยๆ พี่ก็ดูแลและให้การปกป้องเขาพอสมควรเลยทีเดียว และเขารู้ดีว่าพี่เองก็พยายามจะดึงเขาไปอยู่ด้วย แต่ก็นะ สถานะของเขาทำให้หลายฝ่ายลำบาก ด้วยประชากรที่หลากหลายรวมไปถึงศาสนา ทำให้เคยถูกเปรียบเปรยด้วยซ้ำว่าคีร์คุกเป็น ‘เยรูซาเลมแห่งที่สอง’ อีกด้วย…


เมืองอื่นๆ ในอิรัก

ไม่ค่อยชอบ…


เมืองอื่นๆ ในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน

เฉยๆ ค่อนไปทางไม่ชอบและตะขิดตะขวงใจเล็กๆ


บ้านตุรกี

ค่อนไปทางน้อยใจมากกว่า คนเติร์กเมนในอิรักนั้นถูกทอดทิ้งทั้งที่ต้องการความช่วยเหลือจากตุรกีมากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าภายหลังจะกลับมาดีด้วยแล้วก็เถอะ

 

-------------------------------------------------------------------------

 

มาส่งหนุ่มอิรักแล้วค่าา!!!

 

ทวิตเตอร์ : Kirkuk

edit @ 13 May 2014 19:42:21 by Rosariya ♥

Comment

Comment:

Tweet

รหัสประจำตัวคือ 141015 ค่ะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจคอมมูนะคะ

#2 By Exteen World Academy on 2014-05-22 00:12

ฉันทำได้..ฉันอ่านประวัติคีร์จบ โฮรววววววน้องคีร์ มาเม้นท์แล้วน้าาา #พ่อมมม #ใครต้องการรร
โฮรว...พี่ชายขอโทษที่ทักทายตอนแรกด้วยประโยคน่าตบมาเลยเชียว ----/เราโดนตบ
แฮร่กกก ถึงจะมีไม่กี่ประโยค แต่ก็ทำให้เข้าใจประวัติอบ.ขึ้นมาบ้าง แฮ่กกก ฟฟฟฟฟฟฟ
///v\\\ อิ

#1 By INSTALL on 2014-05-13 20:48